

7 จุดในรถที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ แต่มักถูกลืม
การทำความสะอาดรถเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถของคุณดูดีและปลอดภัยจากเชื้อโรค แต่หลายคนมักจะทำความสะอาดแค่ภายนอก เช่น ตัวถัง กระจก หรือเบาะที่นั่ง โดยลืมไปว่ามีบางจุดที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน แต่กลับมองข้ามไป การละเลยทำความสะอาดในจุดเหล่านี้อาจส่งผลให้เชื้อโรคสะสม ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร วันนี้เงินให้ใจจะพาคุณไปรู้จักกับ 7 จุดในรถที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่หลายคนมองข้าม พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ
1. พวงมาลัย – จุดสัมผัสบ่อยที่สุด
พวงมาลัย เป็นจุดที่มือของเราสัมผัสตลอดเวลาในการขับขี่ แต่หลายคนกลับลืมทำความสะอาด ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค ฝุ่น และคราบเหงื่อได้ง่าย
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดรอบพวงมาลัย
- ถ้าพวงมาลัยเป็นหนังแท้ ใช้น้ำยาเช็ดเครื่องหนังเพื่อรักษาสภาพ
- เช็ดพวงมาลัยทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
2. หน้าปัดรถยนต์ – ศูนย์รวมของฝุ่นและรอยนิ้วมือ
ไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์ ไฟเตือนระบบ ทรงตัว ของรถและจอแสดงผลต่างๆ เป็นอีกจุดที่ต้องทำความสะอาด เพราะเป็นศูนย์รวมของฝุ่นละออง และรอยนิ้วมือที่อาจบดบังการมองเห็นข้อมูลสำคัญ
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดฝุ่นออก
- ใช้สเปรย์ทำความสะอาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช็ดเบาๆ บริเวณไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหรือสารเคมีแรงๆ เพราะอาจทำลายหน้าจอ
3. คันเกียร์ – จุดสัมผัสที่หลายคนมองข้าม
คันเกียร์เป็นจุดที่เราสัมผัสทุกครั้งที่ขับรถ แต่หลายคนกลับละเลยเรื่องการทำความสะอาด ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและฝุ่น
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำยาทำความสะอาดแล้วเช็ดเบาๆ
- ถ้าเป็นคันเกียร์หนังแท้ ให้ใช้น้ำยาเช็ดเครื่องหนังเพื่อป้องกันการแห้งแตก
- เช็ดทำความสะอาดทุกครั้งที่ล้างรถ
4. ปุ่มควบคุมและหน้าจอสัมผัส – แหล่งสะสมเชื้อโรค
ภายในรถจะมีปุ่มควบคุมมากมาย เช่น ปุ่มปรับแอร์ วิทยุ และหน้าจอสัมผัสที่เราสัมผัสอยู่เป็นประจำ แต่กลับมองข้ามเรื่องความสะอาด
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดฝุ่นออก
- ใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฉีดลงบนผ้าแล้วเช็ดเบาๆ
- หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำยาลงบนหน้าจอโดยตรง เพราะอาจทำให้ระบบเสียหาย
5. เบาะที่นั่ง – จุดที่สะสมฝุ่นและแบคทีเรีย
เบาะที่นั่งเป็นจุดที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพราะเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น คราบเหงื่อ และเชื้อโรค หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดกลิ่นอับ
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกออก
- ถ้าเป็นเบาะผ้า ใช้สเปรย์ขจัดคราบฉีดแล้วใช้แปรงขัดเบาๆ
- ถ้าเป็นเบาะหนัง ใช้น้ำยาเช็ดเครื่องหนังเพื่อป้องกันการแตกลาย
6. ช่องแอร์ – แหล่งสะสมฝุ่นที่อันตราย
ไฟเตือนระบบทรงตัวของรถ บางครั้งอาจติดขึ้นมา หากระบบอากาศภายในรถทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมของฝุ่นในช่องแอร์
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้สเปรย์ทำความสะอาดช่องแอร์ฉีดเข้าไปเพื่อฆ่าเชื้อโรค
- ใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาดช่องแอร์เป็นประจำ
- ตรวจสอบไส้กรองแอร์ทุก 3-6 เดือน เพื่อให้ระบบอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
7. ที่จับประตูและที่เปิดท้ายรถ – จุดสัมผัสที่ต้องใส่ใจ
จุดที่ต้องสัมผัสบ่อยที่สุดคือที่จับประตูและที่เปิดท้ายรถ เพราะเป็นด่านแรกที่ต้องจับก่อนขึ้นรถ อาจมีเชื้อโรคสะสมจากภายนอก
เคล็ดลับการทำความสะอาด
- ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดที่จับประตูเป็นประจำ
- ทำความสะอาดทุกครั้งหลังกลับจากการเดินทาง
- หมั่นเช็ดที่เปิดท้ายรถ เพราะเป็นจุดที่มักถูกละเลย
สรุป
แม้ว่าหลายคนจะให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดรถ แต่ก็มักลืม 7 จุดสำคัญที่เราใช้เป็นประจำ การดูแลรถให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่เพียงช่วยลดเชื้อโรคและแบคทีเรีย แต่ยังช่วยให้รถดูใหม่และน่าใช้งานมากขึ้น
นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์ และ สัญญาณไฟเตือนรถยนต์ อยู่เสมอ เพราะอาจเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาต่างๆ ในรถ รวมถึง ไฟเตือนระบบทรงตัวของรถ ที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบแอร์หรือเซ็นเซอร์ของรถยนต์
หากคุณไม่แน่ใจว่าระบบในรถมีปัญหาหรือไม่ ควรนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการ และหมั่นทำความสะอาดรถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของตัวคุณเอง!
สำหรับใครที่ต้องการเงินด่วน สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://bit.ly/3zDd5Kz
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568
บทความอื่น ๆ

รถไฟฟ้า VS รถน้ำมัน แบบไหนดี แบบไหนน่าซื้อ?
รถไฟฟ้าหรือรถน้ำมัน เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณ? เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ค่าใช้จ่าย และความคุ้มค่าในการใช้งานจริง พร้อมเคล็ดลับการตัดสินใจ
เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568

วางแผนการเงินธุรกิจ SME อย่างไรให้รอดในยุคดิจิทัล
เทคนิควางแผนการเงินให้ธุรกิจ SME รอดในยุคดิจิทัล พร้อมเลือกใช้สินเชื่อธุรกิจอย่างชาญฉลาด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568

เทคนิคเลือกซื้อรถครอบครัวมือสอง ไม่พลาดทุกจุดสำคัญ
เทคนิคเลือกรถครอบครัวมือสอง พิจารณาทุกจุดสำคัญ ตั้งแต่ตรวจสอบสภาพรถ เช็คประวัติ ดูพื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงความปลอดภัยและงบประมาณ
เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568